การ “ออกกำลังกาย”เป็นเรื่องง่าย ๆ

การ "ออกกำลังกาย"เป็นเรื่องง่าย ๆแต่กับอีกหลายๆ คน กลับเริ่มต้นไม่ได้สักที

การ “ออกกำลังกาย”เป็นเรื่องง่าย ๆ

การ “ออกกำลังกาย”เป็นเรื่องง่าย ๆแต่กับอีกหลายๆ คน กลับเริ่มต้นไม่ได้สักที ด้วยเหตุผลนานัปการ ที่ทำให้ห่างไกลคำว่า “ลดน้ำหนัก” และ “สุขภาพดี”  จึงได้รวบรวมเหตุผลที่ทำให้การเริ่มต้นออกกำลังกายไม่สำเร็จมาฝากกัน ลองดูว่าจริงหรือไม่ กับเหตุผลดังต่อไปนี้ 1. ขี้เกียจ 2. ไม่มีเวลา 3. ไม่มีเพื่อน 4. ใช้เครื่องออกกำลังกายไม่เป็น 5. ไม่อยากจ่ายค่าเทรนเนอร์ และ 6. รู้สึกว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อ

เอาเข้าจริงแล้ว เหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น อยากจะบอกว่า…นั่นคือคำกล่าวอ้างที่เป็นความจริง หากรวมทุกข้อเข้าด้วยกันแล้ว ก็สมเหตุสมผลที่ทำให้ ไม่ได้เริ่มออกกำลังกายเสียที โดยเฉพาะข้อสุดท้าย ที่เป็นเหตุผลให้ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ แต่สาวๆ รู้หรือไม่ เดี๋ยวนี้การ “ออกกำลังกาย” มันไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อต่อไป วิธีการออกกำลังกายยุคนี้ มีมากกว่าการวิ่ง การเดินตามสวนสาธารณะ หรือการเข้ายิมเพียงอย่างเดียว ทางเลือกในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นเทรนด์ขณะนี้ ก็มีอยู่มากมาย วันนี้ ขอแนะนำ “การออกกำลังกายทางเลือก” หรือ “เทรนด์การออกกำลังกายแนวใหม่” สำหรับสาวๆ ที่ต้องการลดน้ำหนัก รับรองว่า…การออกกำลังกายจะไม่น่าเบื่อ หรือยุ่งยากอีกต่อไป เพียงแค่เราเลือกในสิ่งที่อยากทำ!

ช่วงนี้กระแสความนิยม การออกกำลังกาย กำลังมาแรง เพราะคนทั่วไปเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพและรูปร่างของตัวเองมากขึ้น แต่การออกกำลังกายให้ได้ผลดี เราจำเป็นต้องเข้าใจหลักการในเบื้องต้น เพื่อที่จะได้รู้ว่าวิธีที่เราทำอยู่นี้ถูกต้องและเหมาะสมหรือเปล่า เราจึงมีหลักง่ายๆ 10 ข้อ สำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี

เทรนด์การ “ออกกำลังกาย” ยุคใหม่ ทางเลือกใหม่ของคน “ลดน้ำหนัก”

เก๋ไปอีกจ้า กับเทรนด์การออกกำลังกายแนวนี้ ที่มีชื่อเรียกว่า “เลสมิลส์ บาร์” หรือ LES MILLS BARRE เทรนด์การออกกำลังกายแนวใหม่ ซึ่งนำการออกกำลังกายมาผสมผสานท่วงท่าที่แสนสง่างามของการเต้นบัลเลต์ ทั้งนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แกนกลางลำตัว นี่ถ้าสาวๆ คนไหนอยากพัฒนาบุคลิกภาพ แนะนำให้ไปลองออกกำลังกายแนวนี้ดู

การออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ดัดแปลงมาจากท่าเต้นบัลเลต์ ซึ่งเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่เจ็ทส์คลับ สาขาอโศก โดยจะใช้เวลาเพียง 30 นาที ในการออกกำลังกายเท่านั้น แต่คุณเชื่อหรือไม่เวลาแค่ 30 นาที ก็สามารถช่วยกระชับกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแกร่งให้กับบริเวณแกนกลางลำตัว โดยใช้ท่วงท่าของการเต้นบัลเลต์กับดนตรีประกอบแบบสมัยใหม่ เป็นการผสมผสานทั้งคาร์ดิโอ และการสร้างความแข็งแกร่งโดยใช้การเคลื่อนไหวแบบสั้นๆ ถี่ๆ และลงน้ำหนักเพียงเล็กน้อย จึงเป็นการออกกำลังกายที่สวยงาม แต่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสาวๆ จะได้ทั้งความแข็งแกร่ง ความสมดุลของร่างกาย และรูปร่างที่สวยงามแบบนักเต้นบัลเลต์

สำหรับเลสมิลส์ บาร์ นี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่อยากลองการออกกำลังกายในสไตล์ที่ต่างไปจากเดิม หรืออยากแสดงออกถึงตัวตนในรูปแบบใหม่ ซึ่งในคลาสจะไม่ใช้ราวจับ เพื่อทรงตัวแบบการฝึกบัลเลต์ แต่เน้นใช้กล้ามเนื้อของผู้เล่นช่วยพยุงตัว จึงเป็นการฝึกความแข็งแกร่ง ถึงจะดูเป็นการออกกำลังกายที่มีท่วงท่าสวยงาม แต่เผาผลาญพลังงานได้อย่างมหาศาล เล่นแล้วรูปร่างเฟิร์มมากขึ้น ช่วยบริหารในส่วนขา บั้นท้าย และแกนกลางลำตัว รวมทั้งเสริมสร้างบุคลิกให้สง่างามชวนมองด้วย

 

10 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนจะเริ่มออกกำลังกาย อย่างจริงจัง

  1. การเริ่มต้นสำคัญที่สุด
    หลายคนพยายามตั้งใจออกกำลังกายมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หากใครกำลังประสบปัญหาดังกล่าว อาจลองเริ่มจากง่ายๆ เช่น การปั่นจักรยาน วิ่ง จากนั้นค่อยพัฒนาไปเป็นรูปแบบอื่นต่อไป โดยอาจขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด
  2. สิ่งที่สำคัญคือพลังงานเข้าน้อยกว่าออก
    สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ต้องจำไว้เสมอว่า ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายมากขนาดไหน หากเราไม่ควบคุมอาหารแต่ยังคงรับประทานอาหารเท่าเดิม น้ำหนักของเราก็ไม่มีทางลดลง โดยทุก 3,000-4,000 แคลอรีที่เราบริโภค จะทำให้น้ำหนักเราขึ้น 1 กิโลกรัม แต่การที่เราจะลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัมนั้น เราต้องออกกำลังกายถึง 7,000 แคลอรีเลยทีเดียว
  3. ไม่มีทางเผาผลาญไขมันได้หากไม่ออกกำลังกาย
    หลายคนพยายามหาวิธีลดไขมันโดยออกกำลังกายน้อย ซึ่งโดยธรรมชาติ ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน และความเชื่อที่ว่าต้องออกกำลังกายต่อเนื่อง 30 นาที ร่างกายจึงจะนำพลังงานจากไขมันออกมาไม่จำเป็นต้องออกต่อเนื่องยาวนานถึง 30 นาที ก็สามารถเผาผลาญไขมันได้ หากคุณออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน หรือแกว่งแขน ก็ต้องใช้เวลานานกว่าร่างกายจะดึงไขมันออกมาใช้ ต่างจากการวิ่งหรือว่ายน้ำที่ร่างกายจะดึงไขมันออกมาใช้ได้เร็วกว่า
  4. ระดับของการออกกำลังกายแต่ละคนไม่เท่ากัน
    การออกกำลังกายมีหลายระดับต่ำ คือรู้สึกเฉยๆ พูดคุยตอบโต้ได้ตามปกติ ระดับกลาง หมายถึง เหนื่อยแต่ยังสามารถพูดคุยได้ปกติ ส่วนระดับสูง คือ พูดไม่ได้ และต้องหายใจทางปาก ทั้งนี้ระดับที่เหมาะสมต่อการเผาผลาญไขมันคือระดับกลาง แต่ระดับของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีกเช่นกัน เช่น การออกกำลังกายโดยการวิ่ง 1 กิโลเมตรภายใน 6 นาที สำหรับนักกีฬาอาจจะอยู่ที่ระดับกลาง แต่สำหรับคนปกติอาจจะเป็นระดับสูงเลยทีเดียว ดังนั้นเราควรปรับระดับให้เหมาะกับตัวเองไม่สามารถอ้างอิงจากผู้อื่นได้
  5. Cardio เข้าใจให้ถูกต้อง
    การ Cardioคือศัพท์ที่ใช้ในฟิตเนต หมายถึง การออกกำลังกายที่สามารถเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด โดยให้หัวใจได้ทำงาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะออกหนักหรือเบา หากหัวใจเราได้ทำงานมากกว่าปกติ ก็ถือเป็นการ Cardio โดยหากมีอุปกรณ์สำหรับวัดการเต้นหัวใจ อัตราที่เหมาะสมคือ ร้อยละ 85 ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (โดยอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ คำนวณได้จาก 220 – อายุ) จะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับการเผาผลาญไขมันมากที่สุด
  6. ระยะเวลาไม่ส่งผล
    เป็นความเข้าใจผิดที่ว่าการออกกำลังกาย 30 นาทีต่อเนื่อง จะดีที่สุด แต่ในความจริงแล้ว การออกกำลังกาย 10 นาที 3 รอบ ก็ส่งผลเหมือนกัน หากมีการเผาผลาญแคลอรีที่เท่ากัน
  7. การออกกำลังกายที่แนะนำ
    การออกกำลังกายที่แนะนำว่าส่งผลดีที่สุดต่อร่างกาย คือการออกกำลังกายระดับปานกลาง 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3-5 วัน หรือ 2.5 – 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นระดับสูงควรลดลงครึ่งหนึ่ง
  8. การออกกำลังกายให้อะไรมากกว่าที่เราคิด
    นอกจากจะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักแล้ว ยังส่งผลให้ร่างกายมีความทนต่อความเหนื่อยล้า และอาการบาดเจ็บ และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้อีกด้วย
  9. หากคุณเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
    โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับข้อต่อ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะออกกำลังกาย ไม่ฉะนั้นอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
  10. ออกกำลังกายเพื่อเปลี่ยนชีวิต ไม่ใช่แค่ลดน้ำหนัก
    อย่าเลิกออกกำลังกายแม้ว่าคุณจะได้น้ำหนักที่ต้องการแล้วก็ตาม เพราะวิถีชีวิตที่ดี คือสิ่งที่จะทำให้รูปร่างที่ดีอยู่กับคุณตลอดไป